Phatthara's profilemoonchild6857 ( ^_^ ) >...PhotosBlogListsMore Tools Help

Phatthara Kijngam

Location
Interests
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

Windows Media Player

moonchild6857 ( ^_^ ) > > L'Arc~en~Cial < <

[ [ [ - - - สายรุ้ง คือ พลังของชีวิต - - - ] ] ]
January 13

งานใหม่อยู่ไหนเนี่ย


ตอนนี้ครบใกล้จะครบกำหนดที่ตัวเองวางแผนเอาไว้แล้วล่ะ

แผนที่วางไว้ก็คือ  ประมาณเดือนมกราคม - กุมพาพันธ์

คือ หลังจากที่ได้โบนัสแล้ว  ก็คงจะหางานใหม่ทำได้ซักที  

ช่วงนี้ก็สมัครงานไปเรื่อย ๆ ก่อน  แค่รอเวลาเท่านั้นเอง

แต่วางแผนที่วางไว้ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกก็ได้

สาเหตุก็เพราะโบนัสหรือเงินพิเศษที่บริษัทจะออกมาน่ะ

มันดันทำท่าว่าอาจจะออกหรือว่าอาจจะไม่ออกก็ได้เนี่ยซิ

และไม่รู้ว่าจะออกด้วยหรือเปล่า   แย่จริง ๆ บริษัทก็ออกจะใหญ่โต

แต่สวัสดิการต่าง ๆ ไม่ดีเล้ย   ถ้าได้งานใหม่ที่น่าสนใจก็คงออกเแล้วนะแหล่ะ

เบื่อ  เซ็ง  ไม่อยากทำแล้ว   มันถึงจุดอิ่มตัวของอาชีพนี้แล้วแหล่ะ

คงไม่หางานที่มีลักษณะแบบเดิมอีกแล้วล่ะ

อยากไปลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง   เผื่อเราจะค้นพบตัวเองสักที  

ว่า   เราเหมาะกับอะไร...เราอยากจะทำอะไร...อะไรกันที่เราทำแล้วมีความสุขสนุกกับมัน

อันสุดท้ายนี่สำคัญที่สุดเลย

จะมีไหมน๊า   งานที่เราทำแล้วมีความสุขและสนุกกับมันได้น่ะ


January 08

ไหว้พระเก้าวัด



เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มกราคมที่ผ่านไปไหว้พระเสริมสิริมงคล 9 พระอารามหลวงมา

ไปกับพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยกันมา  นัดมาเจอกันตอน 07.30 น. ( แบบว่าเช้าโครตตตตต  เกือบตาย   ไม่ได้ตื่นเช้า ๆ แบบนี้มานานแล้ว )

ตอนแรกมีอยู่ประมาณ 5 - 6 คน จอนอยู่บนรถเมล์   พอไปเจอกันอีกทีที่จุดนัด ( ตรงทางเข้าวัดพระแก้ว )

ไป ๆ มา ๆ ครบ 9 คนซะอย่างงั้นอ่ะทัวร์นี้  ( เลขสวยจริง ๆ ไปไหว้พระเก้าวัด กับคณะเดินทางทั้ง 9 คน เหมือน The Lord Of The Ring เลยแฮะ 555 )

แต่ว่าไม่ได้เขาไปวัดพระแก้วอ่ะ  เพราะแต่งตัวกันสบายจัด หุหุ

ไปไหว้วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร   เป็นวัดแรก  แล้วก็กินโจ๊กรองท้องกันก่อน  เพราะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง อิอิ

แล้วก็ไปวัดบวรนิเวศวิหาร , วัดสระเกศ , วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ( วัดโพธิ์ ) ,

วัดอรุณราชวราราม , วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร , วัดชนะสงคราม และเนื่องจากไม่ได้ไปวัดพระแก้ว   

ดังนั้น   เลยไปศาลเจ้าแม่เล้งเน้งยี่แทน   

อันนี้ทำเอาเกือบตายเนื่องจากควันธูปอ่ะ  คนมากันเต็มไปหมดเลย  งื้ออออ

แล้วก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน ( เค้ากินเย็นตาโฟอ่ะ  อร่อยดี แต่แพงจิบ   ตั้ง 30 แน่ะ )

แล้วโปรแกรมสุดท้ายก็จบลงที่
วัดสุทัศนเทพวราราม ( ไปปล่อยเปรตที่มีอยู่ในตัวเสียบ้าง โว๊ะ...โฮะ...โฮะ... )

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านก็ไปก็ไปร้านมนต์นมสดกัน  ดาราไปเยอะแฮะ ( เสียดายไปเจอสักคนเลยง่ะ )

เลิกประมาณ 5 - 6 โมง   ก็ไปเดินจตุจักรเป็นเพื่อน ๆ ตอนแรกว่าจะได้ หูฟัง 150 ฿ มาอัน

พอไปเจอเสื้อผ้าฝ้าย 100 ฿ ซื้อไปซื้อมา   ถุงที่ใส่หูฟังหายไปซะอย่างงั้นอ่ะ  เซ็งจิต ( -"-* )

กลับมาถึงบ้านง่วงชิบ....แถมตื่อนมาตอนเช้ายังโครตเมื่อยอีกตั้งหาก

( สงสัยจะแก่แล้ว . . . เฮ้อ !!!!~  สังขารไม่เที่ยง )




October 28

จะเลือกทางไหนดีน๊าาาา ?????~


แหมมมม ขึ้นต้นเรื่องมาน่าตื่นเต้นดีไหมล่ะ หุหุ

ทำซะเหมือนกับว่าตัวเองมีชายหนุ่มมาเสนอตัวมาเป็นทางเลือกเลยนะเนี่ย อิอิ
( ทั้งทีความจริงแล้วตัวเองแทบจะกระโดดเข้าหาเค้ามากฟ่า 555 )

ตอนนี้อยู่ในช่วงชีวิตอีกช่วงหนึ่งอีกแล้ว ที่จะต้องทบทวนถึงหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี
เนื่องจากว่างานที่กำลังทำอยู่ขณะนี้ ( Call center ของบริษัทหนึ่งซึ่งไม่สะดวกที่จะออกนาม )
กำลังมีการปรับเปลี่ยนภายใน เพราะว่ากลุ่มงานที่ตัวเองรับผิดชอบและเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเกิดปัญหา
คือ จะต้องมีการยุบโปรเจ็คก์ที่กำลังทำอยู่ลงในเดือนพ.ย.นี้เอง และตัวเองก็หมดสัญญาการจ้างอีกครั้งเดือนพ.ย.เช่นกัน

ตอนนี้ก็กังวลอยู่ว่าจะต่อสัญญาหรือเปล่า ? แต่คาดน่าจะต่อนะ
เพราะว่าหัวหน้างานบอกว่าจะดึงลงไปทำโปรเจ็คก์อีกอันหนึ่ง ที่เป็นการโทรออกไปหา ล/ค แทน
โดยส่วนตัวก็ไม่มีปัญหากับงานแบบนี้ เนื่องจากว่าเคยทำมาก่อนแล้ว เมื่อปีที่แล้ว
ตอนนี้ก็แบบว่าสองจิตสองใจมากเลยว่าจะทำยังไงดีอ่ะ คือ

1. ไปสมัครงานใหม่โล้ดดดดดด!!!!!!!!!~
ซึ่งเพื่อนที่ทำงานด้วยกันแนะนำให้ไปสมัครที่บริษัทหนึ่ง เพราะเพื่อนของมันอีกทีมันทำอยู่
และมันเคยไปสมัครแล้วแต่ไม่ผ่านสัมภาษณ์ ( เจอฝรั่งที่เป็นเจ้านายถาม 555 )


ข้อมูลบริษัทนี้ที่รู้มาจากเพื่อนก็ คือ
- เป็นของต่างชาติ ทำเกี่ยวกับการลงบิลต่าง ๆ ของหลาย ๆ ประเทศ
- เจ้านายเป็นฝรั่ง ( อันนี้แน่นอน หุหุ ) ท่าทางใจดี
- ทดลองงาน 4 เดือน ซึ่งงานอาจจะหนัก ได้เงินเดือน 12,000 ถ้าผ่านขึ้นอีกตามความสามารถ
- ไม่มีโบนัสให้ - เงินเดือนขึ้นทุกปี แต่จะไม่เกิน 20,000
- นอกจากประกันสังคมแล้ว มีบัตรทองให้ ( เพื่อนมันบอกว่ารูดจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้แทนเงินสดอ่ะ )
- หยุด เสา-อาทิตย์ + นักขัตฤกษ์ - เข้างาน 08.30 - 17.30
- บริษัทอยู่แถวสีลม ( ซึ่งบ้านตรูอยู่แถวสนามบินเก่าอ่ะ )
- ตอนนี้เปิดรับสมัครอยู่พอดี

เวลาไปสัมภาษณ์จะมีเจ้านาย 2 คน คือ คนไทย กับฝรั่ง ถ้าเจอคนไทยสัมภาษณ์ก็อาจจะโชคดี
ถ้าเจอฝรั่งเค้าก็จะถามคำถามทั่วไปพื้นฐาน ( จะมีคนไทยนั่งอยู่ด้วย ถ้าไม่เข้าใจถามเค้าได้ แต่ให้ตอบเป็นภาษาอังกฤษ )
เพื่อนที่มันบอกมามันเจอฝรั่งแล้วไม่ผ่านอ่ะ แต่เค้าก็บอกว่าให้ไปเรียนภาษาเพิ่ม บริษัทมีการรับสมัครเรื่อย ๆ


ข้อดีสำหรับตัวเองก็คือ
- เงินดี ( อันนี้ชัวร์ กร๊ากกกก )
- ได้หยุดตามวันที่คนปกติเค้าหยุดกัน ( อาจจะไปเรียนอะไรที่อยากเรียนได้ในวันหยุด )

ข้อเสียสำหรับตัวเองก็คือ
- บริษัทมันอยู่ไกลมากกกกก ( ตรูจะไหวไหมเนี่ย ) ถ้าจะทำจริง ๆ คงต้องนั่งรถไฟฟ้าตลอดอ่ะ
- เวลา Office time ( กลัวเข้างานไม่ทันจัง ยิ่งสายบ่อย ๆ ด้วย 555 ) นั่งรถไปทำงาน + กลับบ้านก็ปาไปเกือบ 4-5 ช่วโมงต่อวันแล้ว
- แถวสีลมค่าครองชีพค่อนข้างสูงมาก อะไร ๆ ก็แพงทั้งนั้น ( แถมผู้คนยังดูไฮโซ จนน่ากลัว แล้วบ้านนอกเข้ากรุง + คนโลโซอย่างตรูจะทำไงเนี่ย โหยยย )
- กลัวทำได้ไม่นานอ่ะ ( แบบว่ากลัวตัวเองไม่สู้ ไม่ทนพอกับการตื่นเช้า + การนั่งรถนาน ๆ + การเดินทางไกลง่ะ )


2. เอาว่ะ (-''-*) ทน ๆ ทำมันไปก่อนละกัน
คือ ทนทำไอ้โปรเจ็คก์ใหม่มันต่อไป แล้วก็ต้องทนกับไอ้กฏระเบียบต่าง ๆ ที่บริษัทสร้างเพื่อมากดดันเราในการทำงานไปด้วย
แล้วพอโบนัสออก ประมาณเดือนก.พ.-มี.ค.ก็ค่อยหางานใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ข้อดีสำหรับตัวเองก็คือ
 - บริษัทมันอยู่ใกล้บ้าน
- ประหยัดทั้งค่ารถ + ค่ากับข้าว ( เพราะตรูกินปิ่นโต กร๊ากกกก )
- งานมันก็ไม่หนักมากอ่ะ ทำแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ( แล้วแต่จังหวะของชีวิตอีกอ่ะอันนี้ )
- ไม่ต้องตื่นเช้า ( เพราะตรูเข้างานเที่ยง สวนกระแสชาวบ้านเค้า หุหุ )


ข้อเสียสำหรับตัวเองก็คือ
- งานที่ทำอยู่ขณะนี้มันก็ไม่ได้ชอบหรือว่าเกลียดมันทุกวัน ( แต่จะออกแนวเบื่อ + เซ็งเสียมากกว่า 555 )
- บางวันต้องเจอความซวยในการโดนด่าจากหัวหน้าหรือ ล/ค ( ขึ้นอยู่กับดวงมันจะบังเกิดในแต่ละวันอีก เซ็งจิตตตต !!! )
- บริษัทมันจะเลิกจ้างตรูเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะมันเป็นสัญญาจ้าง มันจะเลิกจ้างก็ไม่ผิดไง ( ก็ต้องมานั่งหวั่น ๆ วิตกจริตอยู่เรื่อย ๆ ว่าไหนมันจะไม่ต่อสัญญาตรูฟร่ะ )
- เงินเดือนน้อย ( อันนี้สำคัญ เพราะไม่พอกิน กร๊ากกกก )

ซึ่งถ้าเลือกข้อ 1. อ่ะน่ะ มันก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบกลับมาอีกว่า
- ถ้าไปสมัครแล้วไม่ผ่าน เพราะอาจจะเจอฝรั่งสัมภาษณ์ กลัวเหมือนกันนะเนี่ย
เนื่องจากตัวเองก็ไม่ได้เก่งภาษาอะไรเลย เรียกได้พอจะแปลได้แบบงู ๆ ปลา ๆ แต่พูดไม่ได้เลยอ่ะดิ่
แล้วกลัวจะไม่ผ่านอ่ะ แล้วถ้าไปสมัครอีกเรื่อย ๆ มันก็ยังไง ๆ อยู่น๊าา

- ถ้าสมัครแล้วผ่าน ข้อเสียข้างบนตัวเองจะรับไหวหรือเปล่า ? ต้องไปเริ่มต้นใหม่เลยนะ
แล้วถ้าทำแล้วไม่ผ่านทดลองงานอ่ะ แล้วโบนัสจากที่เก่าก็ชวดไปฟรี ๆ เลยนะ

ซึ่งถ้าเลือกข้อ 2. อ่ะน่ะ มันก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบกลับมาอีกว่า
- อาจจะเสียโอกาสดี ๆ จากบริษัทนี้ เพราะต่อไปก็ไม่รู้ว่ามันจะเปิดรับสมัครอีกเมื่อไหร่
- ถ้าออกจากหลังโบนัส ช่วงนั้นก็จะมีบัณฑิตที่จบใหม่เช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้ต้องไปต่อสู้แข่งขันในการเป็นตัวเลือกให้กับบริษัทต่างว่าจะเลือกใคร
ระหว่าง " เด็กจบใหม่ แล้วให้เงินเดือนเริ่มต้นพอสมควร " หรือ " คนที่ได้เริ่มต้นเงินเดือนพอควร เพราะมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน " แต่ก็ทั้งสองอย่างนั้นต้องมาเริ่มเรียนรู้ใหม่อยู่ดี อย่างนี้เค้าไม่เลือกเด็กจบใหม่ไม่ดีกว่าหรือ

กำลังต้องการหัวคิดหลาย ๆ หัวมาก ๆ เลย
ในการช่วยตัดสินใจกับชีวิตครั้งนี้หน่อยอ่ะ ว่าจะทำอย่างไรดี
อยากถามความคิดเห็นของทุกคนอ่ะ
ช่วยหน่อยน๊าาาาาา



October 09

ไปดู Body ศพ# 19 มาแล้ว


ไปดูมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม รอบ 18.30 น. ที่เมเจอร์รัชโยธินมาล่ะ
ไปกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ชื่อว่า ตั๊ก กับ รัต รวมแล้วก็เป็นเรา 3 คน เลย 555
ตอนแรกก่อนจะเข้าไปดู รออยู่ที่หน้าโรงตรงที่มันมีโซฟาก็นั่งคุยกันก็มีคนข้าง ๆ เป็นผู้ชายแต่งชุดทำงานมารอเวลาเข้าโรงด้วย
 พอเข้าเปิดให้เข้าไปก็อ่ะนะ ตาคนนั้นดั๊นนั่งแถวเดียวกันเลขใกล้กันอีกตะหาก 555
พวกเราก็เลยนั่งเรียงกัน มีตี๊ก รัตนั่งรงกลาง ( ให้มันถือ popcorn ไว้ 555 )
แล้วก็มีชั้น ต่อจากชั้นก็เป็็นอีตาคนนั้นนะแหล่ะ


ที่ไปดูหนังเรื่องนี้เพราะพระเอกแท้ ๆ เลย
ไม่ได้สนใจเนื้อเรื่องเลยหรอกนะ ก็เหมือนมันไม่น่าสนใจอ่ะ ก็เล่นใช้ CG ซะเห็นชัดมากเลยนี่หว่า
ไปดูพระเอก เพราะว่า มันหน้าตาเหมือน จิน อคานิชิ แห่งคัตตุนน่ะแหล่ะ เหมือนจริง ๆ นะ
เพิ่งจะรู้ว่าชื่อ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ เป็นมือกีต้าร์ วงสเล่ออ่ะ ( วงบร้าไรฟร่ะ ตรูไม่เห็นเคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยเนี่ย -*- ) พอหนังเริ่มฉายก็นั่งดูแต่หน้าพระเอกอย่างเดียวเลยอ่ะ ( ก็แหม มันหล่ออ่ะ หุหุ )
มีฉากอาบน้ำแล้วโชว์ท่อนบนด้วย ( กำไรจริง ๆ เว้ย ฮี่ฮี่ )
แต่อยากจะรู้จริง ๆ พอมันอาบน้ำเสร็จแล้ว ทำมาย ทำไมมันยังต้องนุ่งผ้าขนหนูมาเพื่อปิดทีวีอีกฟร่ะ
มันจะใส่เสื้อผ้าเลยไม่ได้เหรอไง แต่ช่างมันเถอะ ยังไงตรูก็ได้กำไรอยู่แล้ว 555
คนบร้าไรฟร่ะ   ขนาดมันโครตโทรม   แม-่งยังหล่อเลยอ่ะ

ดูเรื่องนี้ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่อ่ะ แต่ก็จำได้ว่ากระตุกอยุ่ 3 ช่วงอ่ะ
ช่วงแรกก็ตอนที่ชลเอาขยะไปทิ้ง แล้วเจอก็เจอหัวอยู่ในถุึง
ช่วงที่สองก็ตอนที่นักศึกษาแพทย์ล้อเล่นกันแล้วมือศพก็กระตุกอ่ะ
แล้วช่วงสุดท้าย ช่วงนี้จำได้แม่นเลย เพราะว่ามีคนกระตุกแบบร่วมด้วยช่วยกันเยอะมาก
แล้วที่สำคัญอีตาคนที่มันนั่งข้าง ๆ อ่ะน่ะ มันเล่นส่งเสียง " อ่ะ "
แบบตรูรู้เลยว่ามึงแต๋วแตกอ่ะออกมาด้วย 555 ก็พอมีเสียงออกมาหลังจากที่ทุกคนกระตุกแล้วอะน่ะ มันก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะทันทีเพราะอีตานั้นแหละ ( รวมทั้งกรูด้วย ฮาจริง ๆ )


 แล้วดูเรื่องนี้นะ นั่งไปดูไปแล้วก็ฮาไป ไม่ใช่อะไรหร้อกกก
ก็ไอ้ตั๊กอะ่ดิ่ ชั้นก็ว่าผีมันไม่น่ากลัวนะ เพราะมันเล่นยก CG มาทั้งดุ้นเลยอ่ะ
แต่ไอ้นี่ไม่ใช่คับท่าน ดูไปมันก็นั่งเอามือเอาแขนมาให้ปากตัวเองกัดเล่น
แล้วยังไม่พอ ยังมีเสียงประกอบ วี้ดว้าย อี๋ ตามมาเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งเรื่องเลย
ดูหนังเรื่องนี้คุ้มจริง ๆ เหมือนดูหนังผี + ดูตลกในคราเดียวกัน 555
ตั๊กเอ้ยยยยย !!!~ วันหลังถ้ามีหนังผีที่ชั้นอยากดูอีก ชั้นจะชวนแกไปดูด้วยอีกว่ะ ฮาดี 555 อ่ะ


อันนี้เป็นบทสรุปตอนจบอ่ะ
" เริ่มเรื่องจาก ชายคนหนึ่ง(หมอสุธี) ที่กำลังจะวางแผนฆ่าหญิงคนรัก(พญ.ดาราราย)
เพื่อยุติปัญหารักสามเส้า แต่โดนหญิงคนนั้นสะกดจิตให้เขาเป็นคนสองบุคลิก โดยมีเสียงเพลงสุดท้ายที่ทั้งสองคนได้ยินเป็นสัญญานให้การสะกดจิตมีผลขึ้น...
โดยเมื่อหมอสุธีหลับก็จะตื่นเป็น ชล ซึ่งจะจมอยู่กับจินตนาการและความทรงจำใต้จิตสำนึกที่ดารารายได้สร้างไว้ และการสะกดจิตก็เริ่มขึ้นเมื่อหมอสุธีได้ฟังเพลงที่เป็นสัญญานที่ดารารายทิ้งไว้ในงานคอนเสริต และเมื่อเขาตื่นเขาก็ได้กลายเป็นชลสิทธิ์น้องชายแท้ๆของดาราราย
จากนั้นชลก็ได้นั่งแท๊กซี่กลับไปสู่บ้านพักของดาราราย
บ้านที่เป็นสถานที่ฆ่าหั่นศพของดารารายและเรื่องราวความสยองก็เริ่มขึ้น ชลในร่างของหมอสุธีตกพวังของภาพหลอนที่สร้างจากจิตใต้สำนึกของตัวเอง
รวมทั้งความทรงจำภายใต้จิตใต้สำนักที่ดารารายสร้างไว้
ภาพการฆ่าหั่นศพที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึกของหมอสุธี ถูกแสดงออกมาทุกครั้งที่เขาหลับ
มันเป็นภาพหลอนในจินตนาการ..ของเขานั่นเอง "
September 24

เนื้อหาดีอ่ะ

เพลงนี้ขอมอบแด่ ... เพื่อเป็นกำลังใจอ่ะ

 ***

อกหัก

โดย : Body Slam
อัลบั้ม : Save My Life

ความรักต้องพังลงไป อนาคตที่สุดก็ผ่านพ้นไป เหลือเพียงหัวใจที่ยั่งยืน
บาดแผล...ลึกเกินเยียวยา ตื่นจากฝันเพราะถูกปลุกด้วยน้ำตา ทุรนทุราด้วยหัวใจเหนื่อยล้า

ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข้มแข็ง แม้มันจะไร้เรี่ยวแรง อยู่ฝืนลุกยืนให้ไหว
คนคนเดียวมันไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย
ยังไงต้องรับให้ได้ ชีวิตแค่โดนทำร้าย
และที่สุดมันต้องไม่โดน...ทำลาย แค่วันนี้หัวใจสลาย
เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ชั้นยังต้องอยู่
ความรักลวงหลองมันก็แค่เจ็บปวด ไม่มีค่า ก็มันทำลายชีวิตไม่ได้

กรีดแขนไม่ช่วยอะไร ยิ่งตอกย้ำ ยิ่งผิดยิ่งทำร้ายใจ
ยิ่งทำเท่าไหร่ก็ยิ่งปวดร้าว

ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข้มแข็ง แม้มันจะไร้เรี่ยวแรง อยู่ฝืนลุกยืนให้ไหว
คนคนเดียวมันไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย
ยังไงต้องรับให้ได้ ชีวิตแค่โดน...ทำร้าย
และที่สุดมันต้องไม่โดน...ทำลาย ก็แค่วันนี้หัวใจ...สลาย
เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ชั้นยังต้องอยู่
ความรักลวงหลองมันก็แค่เจ็บปวด ไม่มีค่า ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้
ชีวิตแค่โดน...ทำร้าย และที่สุดมันต้องไม่โดน...ทำลาย
ก็แค่วันนี้หัวใจ...สลาย เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ชั้นยังต้องอยู่
ความรักลวงหลองมันก็แค่เจ็บปวด ไม่มีค่า
ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้ ต้องไม่ตาย ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ
ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ


****

Link load เพลงนี้จ๊ะ
เพลง อกหัก

เป็นกำลังใจนะ อย่าลืมล่ะ รักตัวเองให้มาก ๆ
เป็นห่วงตัวเองด้วยล่ะ
อย่าลืมว่าไม่มีใครที่จะรักเราได้มากกว่าตัวเองนะ
เข้มแข็งไวไวนะ
 

Custom HTML

No content has been added yet.