Phatthara 的个人资料moonchild6857 ( ^_^ ) >...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


1月13日

งานใหม่อยู่ไหนเนี่ย


ตอนนี้ครบใกล้จะครบกำหนดที่ตัวเองวางแผนเอาไว้แล้วล่ะ

แผนที่วางไว้ก็คือ  ประมาณเดือนมกราคม - กุมพาพันธ์

คือ หลังจากที่ได้โบนัสแล้ว  ก็คงจะหางานใหม่ทำได้ซักที  

ช่วงนี้ก็สมัครงานไปเรื่อย ๆ ก่อน  แค่รอเวลาเท่านั้นเอง

แต่วางแผนที่วางไว้ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกก็ได้

สาเหตุก็เพราะโบนัสหรือเงินพิเศษที่บริษัทจะออกมาน่ะ

มันดันทำท่าว่าอาจจะออกหรือว่าอาจจะไม่ออกก็ได้เนี่ยซิ

และไม่รู้ว่าจะออกด้วยหรือเปล่า   แย่จริง ๆ บริษัทก็ออกจะใหญ่โต

แต่สวัสดิการต่าง ๆ ไม่ดีเล้ย   ถ้าได้งานใหม่ที่น่าสนใจก็คงออกเแล้วนะแหล่ะ

เบื่อ  เซ็ง  ไม่อยากทำแล้ว   มันถึงจุดอิ่มตัวของอาชีพนี้แล้วแหล่ะ

คงไม่หางานที่มีลักษณะแบบเดิมอีกแล้วล่ะ

อยากไปลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง   เผื่อเราจะค้นพบตัวเองสักที  

ว่า   เราเหมาะกับอะไร...เราอยากจะทำอะไร...อะไรกันที่เราทำแล้วมีความสุขสนุกกับมัน

อันสุดท้ายนี่สำคัญที่สุดเลย

จะมีไหมน๊า   งานที่เราทำแล้วมีความสุขและสนุกกับมันได้น่ะ


1月8日

ไหว้พระเก้าวัด



เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มกราคมที่ผ่านไปไหว้พระเสริมสิริมงคล 9 พระอารามหลวงมา

ไปกับพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยกันมา  นัดมาเจอกันตอน 07.30 น. ( แบบว่าเช้าโครตตตตต  เกือบตาย   ไม่ได้ตื่นเช้า ๆ แบบนี้มานานแล้ว )

ตอนแรกมีอยู่ประมาณ 5 - 6 คน จอนอยู่บนรถเมล์   พอไปเจอกันอีกทีที่จุดนัด ( ตรงทางเข้าวัดพระแก้ว )

ไป ๆ มา ๆ ครบ 9 คนซะอย่างงั้นอ่ะทัวร์นี้  ( เลขสวยจริง ๆ ไปไหว้พระเก้าวัด กับคณะเดินทางทั้ง 9 คน เหมือน The Lord Of The Ring เลยแฮะ 555 )

แต่ว่าไม่ได้เขาไปวัดพระแก้วอ่ะ  เพราะแต่งตัวกันสบายจัด หุหุ

ไปไหว้วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร   เป็นวัดแรก  แล้วก็กินโจ๊กรองท้องกันก่อน  เพราะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง อิอิ

แล้วก็ไปวัดบวรนิเวศวิหาร , วัดสระเกศ , วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ( วัดโพธิ์ ) ,

วัดอรุณราชวราราม , วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร , วัดชนะสงคราม และเนื่องจากไม่ได้ไปวัดพระแก้ว   

ดังนั้น   เลยไปศาลเจ้าแม่เล้งเน้งยี่แทน   

อันนี้ทำเอาเกือบตายเนื่องจากควันธูปอ่ะ  คนมากันเต็มไปหมดเลย  งื้ออออ

แล้วก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน ( เค้ากินเย็นตาโฟอ่ะ  อร่อยดี แต่แพงจิบ   ตั้ง 30 แน่ะ )

แล้วโปรแกรมสุดท้ายก็จบลงที่
วัดสุทัศนเทพวราราม ( ไปปล่อยเปรตที่มีอยู่ในตัวเสียบ้าง โว๊ะ...โฮะ...โฮะ... )

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านก็ไปก็ไปร้านมนต์นมสดกัน  ดาราไปเยอะแฮะ ( เสียดายไปเจอสักคนเลยง่ะ )

เลิกประมาณ 5 - 6 โมง   ก็ไปเดินจตุจักรเป็นเพื่อน ๆ ตอนแรกว่าจะได้ หูฟัง 150 ฿ มาอัน

พอไปเจอเสื้อผ้าฝ้าย 100 ฿ ซื้อไปซื้อมา   ถุงที่ใส่หูฟังหายไปซะอย่างงั้นอ่ะ  เซ็งจิต ( -"-* )

กลับมาถึงบ้านง่วงชิบ....แถมตื่อนมาตอนเช้ายังโครตเมื่อยอีกตั้งหาก

( สงสัยจะแก่แล้ว . . . เฮ้อ !!!!~  สังขารไม่เที่ยง )




10月28日

จะเลือกทางไหนดีน๊าาาา ?????~


แหมมมม ขึ้นต้นเรื่องมาน่าตื่นเต้นดีไหมล่ะ หุหุ

ทำซะเหมือนกับว่าตัวเองมีชายหนุ่มมาเสนอตัวมาเป็นทางเลือกเลยนะเนี่ย อิอิ
( ทั้งทีความจริงแล้วตัวเองแทบจะกระโดดเข้าหาเค้ามากฟ่า 555 )

ตอนนี้อยู่ในช่วงชีวิตอีกช่วงหนึ่งอีกแล้ว ที่จะต้องทบทวนถึงหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี
เนื่องจากว่างานที่กำลังทำอยู่ขณะนี้ ( Call center ของบริษัทหนึ่งซึ่งไม่สะดวกที่จะออกนาม )
กำลังมีการปรับเปลี่ยนภายใน เพราะว่ากลุ่มงานที่ตัวเองรับผิดชอบและเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเกิดปัญหา
คือ จะต้องมีการยุบโปรเจ็คก์ที่กำลังทำอยู่ลงในเดือนพ.ย.นี้เอง และตัวเองก็หมดสัญญาการจ้างอีกครั้งเดือนพ.ย.เช่นกัน

ตอนนี้ก็กังวลอยู่ว่าจะต่อสัญญาหรือเปล่า ? แต่คาดน่าจะต่อนะ
เพราะว่าหัวหน้างานบอกว่าจะดึงลงไปทำโปรเจ็คก์อีกอันหนึ่ง ที่เป็นการโทรออกไปหา ล/ค แทน
โดยส่วนตัวก็ไม่มีปัญหากับงานแบบนี้ เนื่องจากว่าเคยทำมาก่อนแล้ว เมื่อปีที่แล้ว
ตอนนี้ก็แบบว่าสองจิตสองใจมากเลยว่าจะทำยังไงดีอ่ะ คือ

1. ไปสมัครงานใหม่โล้ดดดดดด!!!!!!!!!~
ซึ่งเพื่อนที่ทำงานด้วยกันแนะนำให้ไปสมัครที่บริษัทหนึ่ง เพราะเพื่อนของมันอีกทีมันทำอยู่
และมันเคยไปสมัครแล้วแต่ไม่ผ่านสัมภาษณ์ ( เจอฝรั่งที่เป็นเจ้านายถาม 555 )


ข้อมูลบริษัทนี้ที่รู้มาจากเพื่อนก็ คือ
- เป็นของต่างชาติ ทำเกี่ยวกับการลงบิลต่าง ๆ ของหลาย ๆ ประเทศ
- เจ้านายเป็นฝรั่ง ( อันนี้แน่นอน หุหุ ) ท่าทางใจดี
- ทดลองงาน 4 เดือน ซึ่งงานอาจจะหนัก ได้เงินเดือน 12,000 ถ้าผ่านขึ้นอีกตามความสามารถ
- ไม่มีโบนัสให้ - เงินเดือนขึ้นทุกปี แต่จะไม่เกิน 20,000
- นอกจากประกันสังคมแล้ว มีบัตรทองให้ ( เพื่อนมันบอกว่ารูดจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้แทนเงินสดอ่ะ )
- หยุด เสา-อาทิตย์ + นักขัตฤกษ์ - เข้างาน 08.30 - 17.30
- บริษัทอยู่แถวสีลม ( ซึ่งบ้านตรูอยู่แถวสนามบินเก่าอ่ะ )
- ตอนนี้เปิดรับสมัครอยู่พอดี

เวลาไปสัมภาษณ์จะมีเจ้านาย 2 คน คือ คนไทย กับฝรั่ง ถ้าเจอคนไทยสัมภาษณ์ก็อาจจะโชคดี
ถ้าเจอฝรั่งเค้าก็จะถามคำถามทั่วไปพื้นฐาน ( จะมีคนไทยนั่งอยู่ด้วย ถ้าไม่เข้าใจถามเค้าได้ แต่ให้ตอบเป็นภาษาอังกฤษ )
เพื่อนที่มันบอกมามันเจอฝรั่งแล้วไม่ผ่านอ่ะ แต่เค้าก็บอกว่าให้ไปเรียนภาษาเพิ่ม บริษัทมีการรับสมัครเรื่อย ๆ


ข้อดีสำหรับตัวเองก็คือ
- เงินดี ( อันนี้ชัวร์ กร๊ากกกก )
- ได้หยุดตามวันที่คนปกติเค้าหยุดกัน ( อาจจะไปเรียนอะไรที่อยากเรียนได้ในวันหยุด )

ข้อเสียสำหรับตัวเองก็คือ
- บริษัทมันอยู่ไกลมากกกกก ( ตรูจะไหวไหมเนี่ย ) ถ้าจะทำจริง ๆ คงต้องนั่งรถไฟฟ้าตลอดอ่ะ
- เวลา Office time ( กลัวเข้างานไม่ทันจัง ยิ่งสายบ่อย ๆ ด้วย 555 ) นั่งรถไปทำงาน + กลับบ้านก็ปาไปเกือบ 4-5 ช่วโมงต่อวันแล้ว
- แถวสีลมค่าครองชีพค่อนข้างสูงมาก อะไร ๆ ก็แพงทั้งนั้น ( แถมผู้คนยังดูไฮโซ จนน่ากลัว แล้วบ้านนอกเข้ากรุง + คนโลโซอย่างตรูจะทำไงเนี่ย โหยยย )
- กลัวทำได้ไม่นานอ่ะ ( แบบว่ากลัวตัวเองไม่สู้ ไม่ทนพอกับการตื่นเช้า + การนั่งรถนาน ๆ + การเดินทางไกลง่ะ )


2. เอาว่ะ (-''-*) ทน ๆ ทำมันไปก่อนละกัน
คือ ทนทำไอ้โปรเจ็คก์ใหม่มันต่อไป แล้วก็ต้องทนกับไอ้กฏระเบียบต่าง ๆ ที่บริษัทสร้างเพื่อมากดดันเราในการทำงานไปด้วย
แล้วพอโบนัสออก ประมาณเดือนก.พ.-มี.ค.ก็ค่อยหางานใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ข้อดีสำหรับตัวเองก็คือ
 - บริษัทมันอยู่ใกล้บ้าน
- ประหยัดทั้งค่ารถ + ค่ากับข้าว ( เพราะตรูกินปิ่นโต กร๊ากกกก )
- งานมันก็ไม่หนักมากอ่ะ ทำแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ( แล้วแต่จังหวะของชีวิตอีกอ่ะอันนี้ )
- ไม่ต้องตื่นเช้า ( เพราะตรูเข้างานเที่ยง สวนกระแสชาวบ้านเค้า หุหุ )


ข้อเสียสำหรับตัวเองก็คือ
- งานที่ทำอยู่ขณะนี้มันก็ไม่ได้ชอบหรือว่าเกลียดมันทุกวัน ( แต่จะออกแนวเบื่อ + เซ็งเสียมากกว่า 555 )
- บางวันต้องเจอความซวยในการโดนด่าจากหัวหน้าหรือ ล/ค ( ขึ้นอยู่กับดวงมันจะบังเกิดในแต่ละวันอีก เซ็งจิตตตต !!! )
- บริษัทมันจะเลิกจ้างตรูเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะมันเป็นสัญญาจ้าง มันจะเลิกจ้างก็ไม่ผิดไง ( ก็ต้องมานั่งหวั่น ๆ วิตกจริตอยู่เรื่อย ๆ ว่าไหนมันจะไม่ต่อสัญญาตรูฟร่ะ )
- เงินเดือนน้อย ( อันนี้สำคัญ เพราะไม่พอกิน กร๊ากกกก )

ซึ่งถ้าเลือกข้อ 1. อ่ะน่ะ มันก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบกลับมาอีกว่า
- ถ้าไปสมัครแล้วไม่ผ่าน เพราะอาจจะเจอฝรั่งสัมภาษณ์ กลัวเหมือนกันนะเนี่ย
เนื่องจากตัวเองก็ไม่ได้เก่งภาษาอะไรเลย เรียกได้พอจะแปลได้แบบงู ๆ ปลา ๆ แต่พูดไม่ได้เลยอ่ะดิ่
แล้วกลัวจะไม่ผ่านอ่ะ แล้วถ้าไปสมัครอีกเรื่อย ๆ มันก็ยังไง ๆ อยู่น๊าา

- ถ้าสมัครแล้วผ่าน ข้อเสียข้างบนตัวเองจะรับไหวหรือเปล่า ? ต้องไปเริ่มต้นใหม่เลยนะ
แล้วถ้าทำแล้วไม่ผ่านทดลองงานอ่ะ แล้วโบนัสจากที่เก่าก็ชวดไปฟรี ๆ เลยนะ

ซึ่งถ้าเลือกข้อ 2. อ่ะน่ะ มันก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบกลับมาอีกว่า
- อาจจะเสียโอกาสดี ๆ จากบริษัทนี้ เพราะต่อไปก็ไม่รู้ว่ามันจะเปิดรับสมัครอีกเมื่อไหร่
- ถ้าออกจากหลังโบนัส ช่วงนั้นก็จะมีบัณฑิตที่จบใหม่เช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้ต้องไปต่อสู้แข่งขันในการเป็นตัวเลือกให้กับบริษัทต่างว่าจะเลือกใคร
ระหว่าง " เด็กจบใหม่ แล้วให้เงินเดือนเริ่มต้นพอสมควร " หรือ " คนที่ได้เริ่มต้นเงินเดือนพอควร เพราะมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน " แต่ก็ทั้งสองอย่างนั้นต้องมาเริ่มเรียนรู้ใหม่อยู่ดี อย่างนี้เค้าไม่เลือกเด็กจบใหม่ไม่ดีกว่าหรือ

กำลังต้องการหัวคิดหลาย ๆ หัวมาก ๆ เลย
ในการช่วยตัดสินใจกับชีวิตครั้งนี้หน่อยอ่ะ ว่าจะทำอย่างไรดี
อยากถามความคิดเห็นของทุกคนอ่ะ
ช่วยหน่อยน๊าาาาาา



10月9日

ไปดู Body ศพ# 19 มาแล้ว


ไปดูมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม รอบ 18.30 น. ที่เมเจอร์รัชโยธินมาล่ะ
ไปกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ชื่อว่า ตั๊ก กับ รัต รวมแล้วก็เป็นเรา 3 คน เลย 555
ตอนแรกก่อนจะเข้าไปดู รออยู่ที่หน้าโรงตรงที่มันมีโซฟาก็นั่งคุยกันก็มีคนข้าง ๆ เป็นผู้ชายแต่งชุดทำงานมารอเวลาเข้าโรงด้วย
 พอเข้าเปิดให้เข้าไปก็อ่ะนะ ตาคนนั้นดั๊นนั่งแถวเดียวกันเลขใกล้กันอีกตะหาก 555
พวกเราก็เลยนั่งเรียงกัน มีตี๊ก รัตนั่งรงกลาง ( ให้มันถือ popcorn ไว้ 555 )
แล้วก็มีชั้น ต่อจากชั้นก็เป็็นอีตาคนนั้นนะแหล่ะ


ที่ไปดูหนังเรื่องนี้เพราะพระเอกแท้ ๆ เลย
ไม่ได้สนใจเนื้อเรื่องเลยหรอกนะ ก็เหมือนมันไม่น่าสนใจอ่ะ ก็เล่นใช้ CG ซะเห็นชัดมากเลยนี่หว่า
ไปดูพระเอก เพราะว่า มันหน้าตาเหมือน จิน อคานิชิ แห่งคัตตุนน่ะแหล่ะ เหมือนจริง ๆ นะ
เพิ่งจะรู้ว่าชื่อ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ เป็นมือกีต้าร์ วงสเล่ออ่ะ ( วงบร้าไรฟร่ะ ตรูไม่เห็นเคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยเนี่ย -*- ) พอหนังเริ่มฉายก็นั่งดูแต่หน้าพระเอกอย่างเดียวเลยอ่ะ ( ก็แหม มันหล่ออ่ะ หุหุ )
มีฉากอาบน้ำแล้วโชว์ท่อนบนด้วย ( กำไรจริง ๆ เว้ย ฮี่ฮี่ )
แต่อยากจะรู้จริง ๆ พอมันอาบน้ำเสร็จแล้ว ทำมาย ทำไมมันยังต้องนุ่งผ้าขนหนูมาเพื่อปิดทีวีอีกฟร่ะ
มันจะใส่เสื้อผ้าเลยไม่ได้เหรอไง แต่ช่างมันเถอะ ยังไงตรูก็ได้กำไรอยู่แล้ว 555
คนบร้าไรฟร่ะ   ขนาดมันโครตโทรม   แม-่งยังหล่อเลยอ่ะ

ดูเรื่องนี้ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่อ่ะ แต่ก็จำได้ว่ากระตุกอยุ่ 3 ช่วงอ่ะ
ช่วงแรกก็ตอนที่ชลเอาขยะไปทิ้ง แล้วเจอก็เจอหัวอยู่ในถุึง
ช่วงที่สองก็ตอนที่นักศึกษาแพทย์ล้อเล่นกันแล้วมือศพก็กระตุกอ่ะ
แล้วช่วงสุดท้าย ช่วงนี้จำได้แม่นเลย เพราะว่ามีคนกระตุกแบบร่วมด้วยช่วยกันเยอะมาก
แล้วที่สำคัญอีตาคนที่มันนั่งข้าง ๆ อ่ะน่ะ มันเล่นส่งเสียง " อ่ะ "
แบบตรูรู้เลยว่ามึงแต๋วแตกอ่ะออกมาด้วย 555 ก็พอมีเสียงออกมาหลังจากที่ทุกคนกระตุกแล้วอะน่ะ มันก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะทันทีเพราะอีตานั้นแหละ ( รวมทั้งกรูด้วย ฮาจริง ๆ )


 แล้วดูเรื่องนี้นะ นั่งไปดูไปแล้วก็ฮาไป ไม่ใช่อะไรหร้อกกก
ก็ไอ้ตั๊กอะ่ดิ่ ชั้นก็ว่าผีมันไม่น่ากลัวนะ เพราะมันเล่นยก CG มาทั้งดุ้นเลยอ่ะ
แต่ไอ้นี่ไม่ใช่คับท่าน ดูไปมันก็นั่งเอามือเอาแขนมาให้ปากตัวเองกัดเล่น
แล้วยังไม่พอ ยังมีเสียงประกอบ วี้ดว้าย อี๋ ตามมาเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งเรื่องเลย
ดูหนังเรื่องนี้คุ้มจริง ๆ เหมือนดูหนังผี + ดูตลกในคราเดียวกัน 555
ตั๊กเอ้ยยยยย !!!~ วันหลังถ้ามีหนังผีที่ชั้นอยากดูอีก ชั้นจะชวนแกไปดูด้วยอีกว่ะ ฮาดี 555 อ่ะ


อันนี้เป็นบทสรุปตอนจบอ่ะ
" เริ่มเรื่องจาก ชายคนหนึ่ง(หมอสุธี) ที่กำลังจะวางแผนฆ่าหญิงคนรัก(พญ.ดาราราย)
เพื่อยุติปัญหารักสามเส้า แต่โดนหญิงคนนั้นสะกดจิตให้เขาเป็นคนสองบุคลิก โดยมีเสียงเพลงสุดท้ายที่ทั้งสองคนได้ยินเป็นสัญญานให้การสะกดจิตมีผลขึ้น...
โดยเมื่อหมอสุธีหลับก็จะตื่นเป็น ชล ซึ่งจะจมอยู่กับจินตนาการและความทรงจำใต้จิตสำนึกที่ดารารายได้สร้างไว้ และการสะกดจิตก็เริ่มขึ้นเมื่อหมอสุธีได้ฟังเพลงที่เป็นสัญญานที่ดารารายทิ้งไว้ในงานคอนเสริต และเมื่อเขาตื่นเขาก็ได้กลายเป็นชลสิทธิ์น้องชายแท้ๆของดาราราย
จากนั้นชลก็ได้นั่งแท๊กซี่กลับไปสู่บ้านพักของดาราราย
บ้านที่เป็นสถานที่ฆ่าหั่นศพของดารารายและเรื่องราวความสยองก็เริ่มขึ้น ชลในร่างของหมอสุธีตกพวังของภาพหลอนที่สร้างจากจิตใต้สำนึกของตัวเอง
รวมทั้งความทรงจำภายใต้จิตใต้สำนักที่ดารารายสร้างไว้
ภาพการฆ่าหั่นศพที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึกของหมอสุธี ถูกแสดงออกมาทุกครั้งที่เขาหลับ
มันเป็นภาพหลอนในจินตนาการ..ของเขานั่นเอง "
9月24日

เนื้อหาดีอ่ะ

เพลงนี้ขอมอบแด่ ... เพื่อเป็นกำลังใจอ่ะ

 ***

อกหัก

โดย : Body Slam
อัลบั้ม : Save My Life

ความรักต้องพังลงไป อนาคตที่สุดก็ผ่านพ้นไป เหลือเพียงหัวใจที่ยั่งยืน
บาดแผล...ลึกเกินเยียวยา ตื่นจากฝันเพราะถูกปลุกด้วยน้ำตา ทุรนทุราด้วยหัวใจเหนื่อยล้า

ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข้มแข็ง แม้มันจะไร้เรี่ยวแรง อยู่ฝืนลุกยืนให้ไหว
คนคนเดียวมันไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย
ยังไงต้องรับให้ได้ ชีวิตแค่โดนทำร้าย
และที่สุดมันต้องไม่โดน...ทำลาย แค่วันนี้หัวใจสลาย
เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ชั้นยังต้องอยู่
ความรักลวงหลองมันก็แค่เจ็บปวด ไม่มีค่า ก็มันทำลายชีวิตไม่ได้

กรีดแขนไม่ช่วยอะไร ยิ่งตอกย้ำ ยิ่งผิดยิ่งทำร้ายใจ
ยิ่งทำเท่าไหร่ก็ยิ่งปวดร้าว

ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข้มแข็ง แม้มันจะไร้เรี่ยวแรง อยู่ฝืนลุกยืนให้ไหว
คนคนเดียวมันไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย
ยังไงต้องรับให้ได้ ชีวิตแค่โดน...ทำร้าย
และที่สุดมันต้องไม่โดน...ทำลาย ก็แค่วันนี้หัวใจ...สลาย
เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ชั้นยังต้องอยู่
ความรักลวงหลองมันก็แค่เจ็บปวด ไม่มีค่า ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้
ชีวิตแค่โดน...ทำร้าย และที่สุดมันต้องไม่โดน...ทำลาย
ก็แค่วันนี้หัวใจ...สลาย เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ชั้นยังต้องอยู่
ความรักลวงหลองมันก็แค่เจ็บปวด ไม่มีค่า
ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้ ต้องไม่ตาย ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ
ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ


****

Link load เพลงนี้จ๊ะ
เพลง อกหัก

เป็นกำลังใจนะ อย่าลืมล่ะ รักตัวเองให้มาก ๆ
เป็นห่วงตัวเองด้วยล่ะ
อย่าลืมว่าไม่มีใครที่จะรักเราได้มากกว่าตัวเองนะ
เข้มแข็งไวไวนะ
9月5日

My heart draws a dreams .

 

ตอนแรกที่ได้ฟังงานใหม่ของ      L'Arc~en~Ciel      เพลงนี้แล้ว
ให้ความรู้สึกเหมือว่ากำลังร้องเพลงอยู่ในป่ากว้าง  ที่มีสัตว์น้อยใหญ่ล้อมรอบอยู่ท่ามกลางตัวเรา   ให้อารมณ์ประมาณนั้นแหละ
พอเห็น PV ตัวนี้ออกมา  ก็คิดเลยว่าตรงกับที่คิดเลยแฮะในช่วงต้น ๆ เพลงนะ

แต่พอดูจนจบเพลงแล้ว   อืม ... ชอบจริง ๆ ชอบที่เค้าต้องการสื่อออกมาให้ทุกคนรับรู้   และเข้าใจโดยทั่ว ๆ กัน
ถึงจะไม่เข้าใจเนื้อหาของเพลง   แต่ชื่อเพลงก็สื่อความหมายให้เห็นทางหนึ่งแล้ว
บวกกับมิวสิคที่สื่อออกมาด้วยแล้ว  บอกได้คำเดียวเลยว่า
" ลาร์คต้องการให้ทุกคนที่อยู่ในโลกใบนี้มีความสุข "

ไม่เสียแรงเลยจริง ๆ ที่ชื่นชอบมานาน   ชอบในความคิดของพวกเค้าจังเลย
มิวสิคเพลงนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากตัวเก่า ๆ ที่ลาร์คทำมาน่าดูเลย   แต่ CG สวยดีแฮะ   น่าทึ่งจริง ๆ

ตอนจบของเพลงยังบอกเป็นนัย ๆ อีก   " คุณก็สามารถสร้างมันได้ด้วยมือของคุณเองนะ "
สร้างโลกใบนี้ให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ   ความสงบสุข   เสียงหัวเราะและมิตรภาพ   อา...มาช่วยกันทำให้โลกใบนี้น่าอยู่กันเถอะ
ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ชั้นได้รู้จักพวกเค้า   ลาร์ค   ออง   เซียล   สายรุ้งที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย


     * * * ขอบคุณ พี่โบ สำหรับคำแนะนำและคำปลอบโยน   ในฐานะผู้ที่เคยสูญเสียกับเหตุการ์ณอย่างนี้มาก่อน * * *   
     * * * ขอบคุณ ปุ้ย กับ สิ ที่คอยรับฟังเวลาที่ต้องการระบายสิ่งอั้นอั้นตันใจที่เกิดขึ้นในใจ * * *    
      * * * ขอบคุณ เอฟ กับความห่วงใยที่มีให้    เรื่องที่เจออาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับใคร   แต
่นั่นไม่ใช่กับนาย * * *    
     * * * ขอบคุณ ดา ความรู้สึกที่สื่อออกมา   ช่วยทุเลาความเศร้าได้มากเลย * * *    

     และขอขอบคุณสำหรับท่านอื่น ๆ ที่อาจจะไม่ได้เอ่ยนามออกมา   เพราะอาจจะอยู่ใกล้ตัวมากเกินไป      
     เลยอาจจะทำให้ไม่กล้าพูดคำว่า " ขอบคุณ" ออกมา   แต่ในใจก็รู้สึกขอบคุณอย่างนั้นจริง ๆ นะ   

8月30日

วันนี้วันเกิดผมฮับ . . . พี่น้อง !!!!

 


วันนี้เป็นวันดีคับ   เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดของกระผมนั้นเอง   555

วันเกิดปีนี้พาเพื่อน + แฟนมันไปเลี้ยงนาราย์พิซเซอร์เรียมาล่ะ   ไปกินกันแค่ 3 คนเองง่ะ   น่าเศร้าชะมัดเลย

เพื่อนอีกคนก็ไม่ได้อยู่ฉลองด้วย   เพราะว่าตอนนี้มันไปทำงานอยู่ที่ชลบุรีอ่ะ   เสียดายจัง   นาน ๆ ชั้นถึงจะมีโอกาสเลี้ยงนะเนี่ย

ถือว่าแกไม่มีบุญได้กินเลี้ยงวันเกิดชั้นปีนี้ล่ะกันว่ะไอ้สิ  555

วันเกิดปีนี้เหงาจังเลย   ไม่ค่อยได้เฮฮาสักเท่าไหร่เลยอ่ะ   ออกจากบ้านไปถึงที่ร้านก็หกโมงกว่าแล้ว

นั่งกิน + นั่งคุยกันแป๊ป ๆ ก็ปาไปสองทุ่มกว่าล่ะ   เดินซื้อของเข้าบ้านสักพักสามทุ่มก็กลับล่ะ

เงียบเหงาจริง ๆ เลยเฟ้ยชีวิตกรู   ฮือ...ฮือ...ฮือ...

****************************************************************************************************

ขอบคุณ - เจ๊โบ - สำหรับคำอวยพรวันเกิดของหนูน่ะคร้า   

ต้องขอโทษเจ๊จริง ๆ ที่หนูลืมวันเกิด   แล้วก็ไม่มีของขวัญให้เจ๊อีกด้วย   หนูขอโต๊ดจริง ๆ เจ๊   ปีหน้าหนูจะไม่ลืมแน่นอน   หนูสัญญา

แต่ว่าไม่ต้องน้อยใจไปนะเจ๊   เนื่องจากว่าปีนี้หนูลืมวันเกิดเพื่อนแ-่งทุกคนเลยอ่ะ   ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบร้าอะไรฟร่ะเนี่ย !!!



ขอบคุณ - เอฟ - ที่แกจำวันเกิดชั้นได้ไม่ลืมเฟ้ย  

ถึงแกจะบอกให้ชั้นหาอะไรที่อยากได้เอาเองก็เหอะนะ ... ไอ้บร้า~   เออ...แล้วแกเกิดวันไหนฟร่ะเนี่ย   ชั้นไม่เห็นรู้เลยอ่ะ   กร๊ากกกก !!!  555



ขอบคุณ - พี่จี๊ด - สำหรับคำอวยพรและรองเท้าที่เจ๊สัญญาจะให้เป็นของขวัญสำหรับหนูสักที  

ในวันที่ถ้าได้ไปจตุจักรด้วยกันเจ๊จะซื้อให้หนูอ่ะ   หนูจะรอวันที่จะได้มันสักทีอ่ะน่ะ   555  อ่ะ ... ล้อเล่นน่า  กิกิ



ขอบคุณ - แน๊ค - ถึงแกจะอวยพรวันเกิดชั้นช้าไป   ชั้นก็ไม่ถือเฟ้ย   ยังดีที่แกยังส่ง sms มาให้

เอาว่ะ   ถึงช้าก็ยังดีกว่าลืมเหมือนชั้นน่า  หุหุหุ   ดีใจด้วยกับงานใหม่น่ะ   ขอให้มีความสุขกับที่ทำงานใหม่น้าาาา



ขอบคุณ - โน๊ต - กับคำอวยพรวันเกิด ( ซึ่งชั้นงงว่ะ   แกอวยพรชั้นวันไหนฟร่ะ  

สงสัยชั้นลืมว่ะ   ขอโทษนะเฟ้ย   ชั้นเข้าดึกติดกันหลายวันเลยเบลออ่ะ )  แต่ชั้นรู้เสียแล้วว่าแกจะให้ของขวัญชั้น   555

เออ...เจ๊อึ่งอ่ะบอกจะเอาขนมมาฝาก   แล้วมันอยู่ไหนฟร่ะ   ฝากบอกเจ๊แกหน่อยดิ่   หนมหนูอยู่ไหนอ่ะเพ่ ....



ขอบคุณ - ตั๊ก - สำหรับคำอวยพร + ขนมในเซเว่นที่แกซื้อให้ชั้น กร๊ากกกก 

แค่แกอวยพรให้ชั้นแค่นั้นชั้นก็ดีใจแล้วล่ะเฟ้ย   ไม่ว่าของขวัญจะเป็นอะไร  

คุณค่ามันอยู่ที่เจตนาของผู้ให้   มากกว่าราคาของขวัญที่ให้แค่นั้นก็พอแล้วล่ะนะ่



ขอบคุณ - สิ - สำหรับคำอวยพรที่ปีนี้แกแสนจะอวยพรได้หนักแน่น   เป็นการเป็นงานน่าดูเลยอ่ะ

ตอนนี้ชั้นยังคิดไม่ออกว่าปีนี้อยากได้อะไร   ถ้าคิดได้แล้วจะบอกนะ   ถ้าแกไม่ลืมเสียก่อนล่ะ

ชั้นเสียใจกับแกจริง ๆ ด้วยว่ะ   ที่แกไม่มีบุญได้กินวันเกิดชั้น   รู้ ๆ กันอยู่ว่านาน ๆๆๆๆๆๆๆ  ชั้นจะเลี่ยงสักทีหนึ่ง   555



ขอบคุณ - ปุ้ย - สำหรับเค้กที่แกนำมาเซอร์ไพสร์ชั้นว่ะ    ชั้นแปลกใจมากจริง ๆ ถึงจะไม่แสดงออกมากนักก็เหอะนะ

ถึงมันจะก้อนเล็ก   แต่ยังไง ๆ ก็ถือได้ว่ามันคือเค้กวันเกิดนั้นแหละ

ชั้นจำไม่ได้แล้วล่ะว่าชั้นไม่ได้กินเค้กวันเกิดมานานสักแค่ไหนแล้ว   เค้กวันเกิดก้อนล่าสุดที่ชั้นกินก็คือเค้กของแกวันนี้นั้นแหละ   รู้ไว้นะ


8月22日

สิ่งสำคัญที่จากไป

 

เดือนนี้เป็นเดือนเกิดของตัวเองแท้ ๆ เป็นเดือนที่เราน่าจะมีความสุขกับชีวิต   แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นเลยนะซิในเมื่อสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของตัวเองได้จากไปในเดือนนี้ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ได้จากเราไปแล้ว จากไปโดยที่ไม่ได้ร่ำลากันเลย เสียใจที่สุดวันนั้นเเลย จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ต้องไปทำงาน เข้างานตอนเที่ยงกว่าจะได้กลับบ้านก็ประมาณสามถึงสี่ทุ่มกว่า ๆ ช่วงนั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่อยากไปทำงานสักเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่า " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" มันไม่สบายมาหลายวันแล้ว ตอนแรก ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรสักเท่าไหร่ เพราะว่ามันชอบเป็นแบบนั้นบ่อย ๆ คือ บางช่วงมันก็จะอ้วนเอามาก ๆ จนแก้มออกเลย แล้วถ้าตอนไหนมันอ้วนมาก ๆ แล้วล่ะก็ สักพักก็จะต้องมีเหตุการณ์ที่จะต้องทำให้มันผอมสุด ๆ ไปเลย อย่างการป่วยจนถึงกับกินอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเป็นอาทิตย์ ๆ เลย แล้วมันก็จะผอมจนน่ากลัวเลยเชียว เป็นแบบนี้ประจำจนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสัยแล้ว พอถึงคราวนี้ก็เลยคิดว่าจะเป็นแบบเดิมอีกก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่คราวนี้พอผ่านไปสักสามวันก็เริ่มรู้สึกว่า เอ๊ะ !!! ทำไมเหมือนมันไม่เหมือนที่แล้ว ๆ มานะ เพราะว่าที่แล้ว ๆ มามันมักจะไม่สบาย แล้วตัวก็จะร้อน จะไม่ยอมกินอะไรเลย แต่ก็จะกินน้ำได้นะ แต่คราวนี้ตัวมันไม่ร้อนไม่ได้แสดงอาการเลยว่าเป็นไข้ แถมยังไม่ยอมกินน้ำอีกด้วย จนในที่สุดนะ สภาพมันน่าสงสารมากเลย ทั้งหูทั้งตา รวมทั้งตัวหรือขนที่ขาว ๆ ออกเป็นสีเหลืองจนน่ากลัวเชียวล่ะ ก็เลยชักกังวลแล้วล่ะว่ามันน่าจะเป็นหนักกว่าที่ผ่าน ๆ มาแน่นอนเลย เลยให้แม่พาไปหาหมอที่คลินิคแถว ๆ บ้าน หมอบอกว่ามันเป็นดีซ่าน เพราะขาดน้ำ พอวันต่อมาแม่พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเกษรศาสตร์ ตกใจมากเลยเพราะแม่กลับมาพร้อมกับสภาพของ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ที่ถูกเจาะแขนข้างหนึ่งและมีสายน้ำเกลืออยู่ด้วย ถามแม่แม่บอกว่า หมอบอกว่าโอกาสรอดนั้นห้าสิบห้าสิบ คือ ถ้ามันยอมกินน้ำกินข้าวก็รอด แต่ถ้าไม่ยอมกินเลยก็ต้องตายแน่นอน เรากับแม่ก็พยายามเป็นอย่างมากเลยที่จะทำให้มันกินน้ำให้ได้ เอาอาหารเม็ดที่มันสุดแสนจะชอบ ที่พอได้ยินเสียงเมื่อไหร่ก็ต้องกระโดดมาทันทีเหมือนในโฆษณา เอาปลาทูเปล่ามาล่อมันก็ไม่ยอมกิน เลยลองเอานมมาให้มันกินมันก็ยอมกินแต่กินน้อยมากเลย แทบจะไม่ถึงคริ่งถุงต่อวันเลย รู้สึกเหมือนว่ามันอยากจะกินแต่ก็กินไม่ได้ เหมือนมันเจ็บปากเจ็บท้องยังไงไม่รู้เลยไม่ยอมกินอะไรเลย พาไปหาหมอหลายรอบมาก ๆ หมดเงินไปเกือบสามสี่พันก็แล้ว มันก็ยังไม่ดีขึ้นเลย จนในที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2550 กลับมาอีกก็ไม่เห็นทั้งกรงทั้งแมวแล้ว ที่ต้องเอาใส่กรงไว้ เพราะว่าเวลาที่มันไม่สบายที่ไร ขอบแอบไปซุกในที่มืด ๆ เย็น ๆ เหมือนหลบหน้าหลบตาไม่อยากให้ใครเห็นหน้าอยู่ตลอดเวลา ก็เลยถามแม่ว่ามันหายไปไหนแล้ว แม่ก็บอกว่าอย่าถามถึงเลย มันตายแล้ว ตายไปประมาณบ่ายสอง ตอนช่วงที่แม่กำลังหลับอยู่ พอตื่นมาอีกทีมันก็ไม่หายใจแล้ว พอได้ยินอย่างนั้น ในความรู้สึกเราเสียใจมากเสียใจที่สุดเลยนะ ไม่คิดว่ามันจะจากไปโดยที่ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาอย่างนี้ รู้ว่าต้องมีสักวันที่มันต้องจากเราไป ก็ทำใจไว้ตั้งนานแล้ว เพราะว่ามันก็อยู่กับเรามาจะสิบปีซึ่งก็เป้นช่วงอายุขัยของมันพอดีในปีนี้ ก็ทำใจมาตั้งนานแล้วว่าปีนี้มันจะไปเมื่อไหร่ วันไหน ยังไง แต่ที่ทำให้ไม่ได้ก็คือมันจากไปโดยที่เมื่อเช้าเรายังเห็นกันอยู่่เลย พอกลับมาก็ไม่มีอีกแล้ว เหมือนมันจากไปโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย เสียใจตรงนี้เนี่ยแหล่ะ เข้าใจแล้วกับคำว่า " คนเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะตายตอนไหน " กับคำว่า " เห็นกันอยู่หลัด ๆ " ตอนรู้ว่ามันตายไปแล้ว เสียใจนะ เสียใจมาก แต่ทำไมนะถึงไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเลย ถ้ามันไหลออกมาเราคงรู้สึกเหมือนได้ระบายความอัดอั้นตั้นใจมากกว่านี้ ตอนนนี้รูุ้้สึกเหมือนว่าเก็บ ๆ มันเอาไว้เลย เหมือนตัวเองเ็้นคนเย็นชา ไร้หัวใจจริง ๆ เลย " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ที่มันเกิดมาตรงตามที่เราต้องการ เหมือนมันเกิดมาเพื่อเราแท้ ๆ จากไปทั้งตัว ทำไม่ไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้มันมากกว่านี้นะ โกรธตัวเองจริง ๆ เลย ทำไมถึงเป็นคนอย่างนี้เนี่ย หลังจากมันตายไปล้ว เราก็ฝันถึง " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ติด ๆ กัน 2 วันเต็ม ๆ เลย จำได้ว่าในฝันเราให้มันกินนมกับมองแล้วก็ลูบหัวโอ๋มันไปด้วยมันถึงยอมกิน แล้วจากนั้นมันก็หายดี ดีใจมาก ๆ เลย คิดว่าที่มันตายเป็นเรื่องโกหก ตื่นมาก็ดีใจมาก พอสักพักนึง สติเริ่มเข้าที่ถึงได้รูุ้้ตัว ว่ามันเป็นแค่ความฝันที่เราอยากให้เป็นจริงเสียเหลือเกิน จนกระทั่งถึงตอนนี้ เวลาอยู่บ้านและรู้สึกตัวทีไร มองไปมุมไหนของบ้านก็จะนึกถึงแต่ภาพของ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ที่ว่าเวลาอยู่ตรงนั้น ตรงนี้มันทำท่าทาง ทำกิริยาอย่างไหนอยู่่ตลอดเวลาเลย คิดถึงมันจริง ๆ คิดถึงมันมาก เคยนอนกอดกันทุกวัน อยู่ด้วยกัน นัวเนียกันตลอด พ อไม่มีมันแล้ว ไม่อยากจะยิ้มออกมาอีกเลย ความรู้สึกข้างในมันเหมือนเป็นสีดำตลอดเวลาเลย มันรู้สึกซึมเศร้ามาก ๆ ถึงเวลาเจอใครจะทำให้ยิ้มไปกับช่วงเวลาเหล่านั้นได้ แต่พอรู้สึกตัวทีำไรก็ทำให้ไม่อยากยิ้มทุกทีเลย ตอนนี้ที่บ้านแทบไม่มีชื่อของ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ออกมาจากปากทั้งแม่และเราเลย เหมือนเป็นคำต้องห้ามไปเสียแล้ว กลัวว่ายิ่งพูดก็จะทำให้คิดถึงยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่กับแม่และเราเท่านั้น เจ้าแมวน้องชาย " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ก็มีอาการแปลก ๆ เหมือนกันตั้งแต่มันตายไป จะชอบแสดงอาการบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นออกมา ตอนที่ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" มันไม่สบาย มันก็เข้าไปเลียไปอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเลย พอหลังจากวันที่ไม่มี " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" แล้วมันก็มันจะแสดงอาการแปลก ๆ ตามที่แม่เล่าให้ฟังนะ ก็อย่างเช่น เช้า ๆ มันจะต้องลงจากบ้านเดินไปยังพื้นหญ้าข้างล่างบ้าน ซึ่งมันอาจจะเคยทำมาบ้าง แต่ก็ไม่น่าที่จะบ่อยเท่ากับตอนนี้ ( แม่บอกว่าแม่่นำ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ไปฝังไว้ในข้างล่างตัวบ้านที่เป็นหญ้าอ่ะ ) แล้วบางทีมันก็ชอบแอบไปนอนในที่มืด ๆ เหมือนกับที่ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" มันเคยทำก่อนมันจะจากไป ส่วนกับเรานั้น เราก็คิดอยู่เหมือนกันว่ามันแปลกไปจริง ๆ ด้วย เพราะมันชอบมาอ้อนเราบ่อยมาก ๆ แทบทุกครั้งที่มีโอกาสเลยก็ว่าได้ ทั้ง ๆ ที่เราไม่ค่อยได้สุงสิงกับมันเลยก็ว่าได้ จะเล่นด้วยก็แค่ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" เท่านั้นเอง แล้วบางครั้งก็ทำท่าทางเหมือน " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ด้วย ตอนแรกแอบคิดว่า หรือวิญญาณ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" มันจะเข้าสิ่งหว่า แต่ความคิดนั้นก็ต้องล้มเลิกไป เพราะท่าทางแต่ดั้งเดิมมันแสดงให้เห็นว่า คิดผิดถนัดแน่นอน คิดถึง " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" มากมากที่สุดเลย เอารูปมันไปอัดแล้วเก้บไว้ในกระเป๋า หน้อจอคอมก็เป็นรูปมันก็แล้ว ก็ยังไม่หายคิดถึงเลย อยากนอนกอด อยากสัมผัสขนนุ่ม ๆ อยากได้ยินเสียงลมหายใจและเสียร้อง อยากเห็นแววตา อยากเ็ห็นท่าทางต่าง ๆ ที่มันชอบทำบ่อย ๆ คิดถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเหลือเกิน คงไม่มีอะไรที่จะมาแทนที่ " เจ้าลูกชายสุดที่รัก" ในใจเราได้อีกแล้ว รักนะรักมาก ขอโทษด้วยที่เอาแต่ใจ และก็ไม่ได้ดูแลหรือใส่ใจเท่าที่ควร เสียใจนะที่ไม่ได้พูดคำเหล่านี้ก่อนที่เราจะจากกัน รักที่สุด จะคิดถึงเสมอทั้งจากนและตลอดไป จะไม่หายไปจากใจแน่นอน สัญญา . . .
7月20日

ใกล้แล้วละ่น้าาาาา


ตอนนี้ก็ใกล้จะปลายเดือนแล้วซินะ

 

ใกล้แล้วซินะ   ใกล้จะถึงวันนั้นแล้ว

 

ใก้ลจะถึงวันเงินเดือนออกแล้ว   ว่ะ. . . ฮ่ะ. . . .ฮ่า

 

เดือนหน้าก็จะมีวันสำคัญสำหรับเราด้วยล่ะ

 

วันนั้นก็คือวันเกิดตัวเองนั้นไง

 

อิอิอิ   ดีใจที่สุดเลยอ่ะ   จะถึงวันเกิดตัวเองแว้วววว

 

แต่ไม่ดีใจเลยอ่ะ   ที่จะต้องแก่ขึ้นอีกปีหนึ่งแล้วอ่่าาาา

 

ยังไม่บอกหรอกน่ะว่าเค้าเกิดวันไหนอ่ะ

  รอให้ถึงเดือนหน้าก่อนเค้าจะบอกอีกที   อิอิ


7月7日

ผู้ชายที่แต่งหญิงแล้วน่ารักที่สุด


ผู้ชายคนนั้นก็คือ ....

คาเมะจัง หรือ Kamenashi Kazuya


หนึ่งในสมาชิกวงบอยแบนด์ของญี่ปุ่น วง KAT-TUN นั่นเองอ่ะ

ดูจากภาพก็ได้ น่ารักจริ๊ง ๆๆๆ ผู้ชายบร้าอารายฟร่ะ

ขนาดฉันเป็นผู้หญิงแท้ ๆ ยังน่ารักไม่เท่ามันเลยอ่ะ อิจฉาเฟ้ยยยย !!!!

**********************

PS. ถึง Espazs Sor

เออ!!! สู้ไม่ได้อยู่แล้วเฟ้ย

ผู้ชายบร้าไร่อ่ะ น่าร้ากกกกกที่สุดเลย

( ขนาดแกก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ยังน่ารักไม่เท่า Kamechan เลย 555
)

โครตจะขาว น่าตาก็น่ารักน่าฟัดที่สุด แถมยัง Sexy อีก

เอื๊อก!!!! เห็นแล้วน้ำลายหก

555